LEUKEMIA

สวัสดีค่า ไม่ได้มาอัพบลอคนานมากๆๆๆๆ
 
เป็นปีได้แล้วมั้ง O_O?
ตอนนี้ชีวิตราบรื่นไม่ค่อยมีอะไร
เลยไม่รู้จะมาเล่าอะไรให้ฟังกันดี ขอโทษน่าค่า >_<
 
กลับมาเรื่องการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวหน่อย..
ตอนนี้อยู่ในช่วงคอร์สที่ 5 คือทานยาคีโมแบบเม็ดคุมอาการไปเรื่อยๆ 3 ปี
 
ตอนนี้ทานมาได้ 2 ปี ขึ้นปีที่ 3 แล้วค่า Cool เย้ เย้!
 
สภาพร่างกายก็แข็งแรงเกือบเท่าคนปกติ
แต่ก็ยังมีผลข้างเคียงจากยาบ้าง ถึงน้องคีโมจะเป็นแบบเม็ดทานง่าย
แต่ก็มีผลต่อเม็ดเลือดขาวเหมือนกัน มันยังไปกดให้ต่ำอยู่
 
ปกติเม็ดเลือดขาวจะอยู่ในช่วง 4,000-10,000 คนปกติส่วนมากก็ 6-7 พันค่า
แต่ของเรายังแค่ 3 พันกว่าๆเอง
แล้วก็มีอาการเจ็บขา เพราะผลจากยาคีโมในคอร์สแรกๆที่โหมเข้ามาเยอะ
ตอนนี้กล้ามเนื้อกระดูกอะไรก็เลยเพลียไปหมด
เดินกระเผกๆ เจ็บๆนิดๆ ก็ต้องทนกันไป Foot in mouth
 
ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าพอครบคอร์ส ไม่ต้องทานยาอะไร
ร่างกายจะกลับมาแข็งแรงเหมือนคนทั่วๆไปค่า
 
=============
 
แล้วก็ระหว่างที่พักฟื้นร่างกาย มีรายการสุขภาพมาสัมภาษณ์ด้วยค่า! Surprised (เขิล)
 
คิดว่าน่าจะพอมีประโยนช์แก่ผู้ที่ป่วยเหมือนกัน หรือบุคคลทั่วไป
เลยอยากเอามาแชร์ให้ได้ดูกันค่า
(ดูเอาฮาแล้วกันนะค่า Surprised )
ช่วงที่ผ่านมา ไปหลงมัวเมากับ facebook ตอนนี้ตั้งใจจะกลับมาอัพบลอคใหม่แล้วค่า
 
 

*~โป๊งเหน่ง(2)~*

posted on 23 Jul 2010 20:58 by nuchnin-leukemia  in LEUKEMIA  directory Cartoon, Diary

*~โป๊งเหน่ง(1)~*

posted on 16 Jul 2010 19:44 by nuchnin-leukemia  in LEUKEMIA  directory Cartoon, Diary
=========
 
สวัสดีค่า ห่างหายไปนานมากเลยขอโทษด้วยนะค่า
 
ตอนนี้เพิ่งจะปรับตัวกับชีวิตใหม่ได้ค่ะ
เลยอยากจะมาเล่าให้เพื่อนๆฟัง
 
อย่างไงก็ลองติดตามอ่านดูนะคะ
เนื้อเรื่องอาจจะไม่ตื่นเต้นเร้าใจเหมือนตอนป่วยในร.พ.
แต่ก็จะพยายามเขียนให้ดีที่สุดค่า :)
 
คิดถึง exteen และเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคนค่า
จุ๊บๆ
 
 

ฮากร๊าก~
ถ่ายรูปแบบหล่อๆ

ถ้าไปงานหนังสือ(ส.ที่ 3 เมษา)ทรงนี้
จะรับกันได้ไหมคะ?

หรือใส่วิกไปดี??

ขอความคิดเห็นหน่อยค่า~
>w<

เอาคอลัมม์เมื่อวันอาทิตย์ในเดลินิวส์มาให้อ่านกันค่า

พี่นักข่าวเขียนดีมากๆ อ่านเองยังแอบซึ้งเลย 555

+++++++++++++++++

น้องนุช-ปิยะนุช เดินหน้าสู้ 'ลูคีเมีย'
วันอาทิตย์ ที่ 21 มีนาคม 2553 เวลา 0:00 น

ถึงแม้จะกลัวเข็มและเกลียดการทานยาเป็นชีวิตจิตใจ แต่จนถึงวันนี้  “น้องนุช-ปิยะนุช เศรษฐวงศ์” โดนเข็มฉีดยาเจาะมาแล้ว 300-400 ครั้ง ทานยามาแล้ว 600-700 เม็ด ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา และยังต้องทานต่อไป
   
น้องนุชไม่คาดคิดมาก่อนว่า เด็กสาวที่เพิ่งเริ่มต้นวัยทำงานอย่างเธอ จะต้องเผชิญกับโรคร้ายอย่าง “ลูคีเมีย” แต่ด้วยกำลังใจจากครอบครัว คนรอบข้าง และความคิดบวก  ทำให้เธอพ้นวิกฤติของชีวิตมาได้
   
“ตอนนั้นเพิ่งเริ่มทำงานค่ะ อายุ 22 ปี ไม่มีอาการอะไรเลย  เพียงแต่ตัวซีด หน้าซีด ปะป๊าซึ่งเป็นหมอ และแม่ที่เป็นพยาบาลก็เจาะเลือดไปตรวจ  ผลตรวจออกมาว่าเม็ดเลือดขาวตัวอ่อนมีปริมาณมากผิดปกติ ซึ่งเป็นอาการของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือ ลูคีเมีย แบบเฉียบพลัน พอรู้ก็เข้าโรงพยาบาลเลย วันที่ 14 มี.ค. ปีที่แล้ว และเริ่มต้นรักษาด้วยการทำคีโม”
   
หลังจากรู้ว่าเธอเป็นลูคีเมีย หรือ “โรคนางเอก” โรคที่นางเอกในซีรี่ส์เกาหลีมักถูกยัดเยียดให้เป็น ทั้งครอบครัวเศร้าและหดหู่ แต่สาวน้อยคนนี้กลับลุกขึ้นมาให้กำลังใจทั้งปะป๊าและแม่เสียเอง ทำให้ท่านทั้งคู่ รวม  ถึงพี่ชายและน้องสาว มีกำลังใจที่จะช่วยกันฝ่าฟันโรคนี้ไปกับเธอ
   
ตลอด 3 เดือนในโรงพยาบาลจุฬาฯ กับ 5 คอร์สรักษาด้วยการทำคีโม ทั้งการให้ยาผ่านสายน้ำเกลือ การฉีด และทาน แม้จะออกอาการท้อหลายครั้ง เพราะผลข้างเคียงจากยาที่ทำให้อาเจียนแบบข้ามวันข้ามคืน และช็อกต้องเข้าห้องไอซียูจนคิดว่าคงไม่ได้เห็นหน้าปะป๊ากับแม่แล้ว ต้องอยู่ในห้องปลอดเชื้อ ไม่สามารถออกไปไหนมาไหนเหมือนคนอื่น เพราะภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำมากและอาจติดเชื้อได้ง่าย หรือ ผมที่เคยยาวสลวยต้องหลุดร่วงกลายเป็นล้านทั้งหัว 
   
แม้จะบอกตัวเองว่า “รับไม่ได้” แต่เพราะความห่วงใยที่คนรอบข้างทุ่มให้มา ทำให้เธอกลับมาฮึดสู้อีกครั้ง
   
ในช่วงของการรักษาตัว  บรรดาญาติ ๆ ต่างก็โทรฯมาสอบถามอาการ น้องนุชจึงคิดทำบล็อก http://nuchnin-lukemia.exteen.com  เพื่ออัพเดทอาการและการรักษาของเธอ ซึ่งส่งตรงจากห้องปลอดเชื้อ ให้ญาติได้ทราบแต่ผลปรากฏว่านอกจากญาติแล้ว ยังมีคนสนใจเข้ามาอ่านและคอมเมนต์ให้กำลังใจอย่างล้นหลาม  ทำให้สาวน้อยคนนี้มีแรงที่จะต่อสู้กับโรคร้ายต่อไป
   
“ตอนทำบล็อกไม่ได้คิดอะไรมาก แค่อยากส่งข่าวให้ญาติ ๆ รู้ว่าเราเป็นอย่างไร  แต่ปรากฏว่ามีคนเข้ามาอ่านและเขียนให้กำลังใจเยอะมาก  หลาย ๆ คนส่งโปสการ์ดมาให้ ส่งขนม ส่งอาหารมาให้ ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน บางคนเค้าเป็นโรคนี้เหมือนเรา  เราก็ให้คำแนะนำว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร ต่างคนต่างให้กำลังใจกันค่ะ ทำให้มีกำลังใจที่จะสู้ต่อ ตอนนี้การรักษาอยู่ในคอร์สที่ 5 คือ ต้องทานยาทุกวัน เป็นเวลา 2 ปีครึ่ง และระหว่างนี้ก็ต้องเจาะเลือดเพื่อดูอาการทุก 2 สัปดาห์ค่ะ”
   
แม้จะโชคร้ายที่เป็นโรคนี้  แต่ในความโชคร้ายนั้นน้องนุชกลับเห็นว่ามีมุมดี ๆ ซ่อนอยู่ อย่างเช่น มีเวลาอยู่กับพ่อแม่พี่น้องมากขึ้น บรรดาญาติที่ไม่ค่อยได้เจอ ได้พูดคุยกัน ก็ได้เจอ พูดคุยกันมากขึ้น หรือแม้แต่คนไม่รู้จักกันมาก่อน ก็ยังมีน้ำใจเผื่อแผ่ให้กัน
   
เรื่องราวการเดินหน้าสู้โรคลูคีเมียของน้องนุช  ไปเข้าตาสำนักพิมพ์จ้ำอ้าว จึงติดต่อขอนำเรื่องราวในบล็อก ซึ่งเต็มไปด้วยความรู้สึก ความห่วงใย กำลังใจ ผสานกับความรู้เรื่องลูคีเมีย มารวมเป็นพ็อกเกตบุ๊ก “สาว 22 กับโรคนางเอก” ซึ่งน้องนุชได้แสดงฝีมือวาดภาพการ์ตูนประกอบเองด้วย
   
ขอบคุณลูคีเมีย ที่ทำให้เราได้รู้ว่า “ชีวิต” มีค่าเพียงใด
   
ขอบคุณลูคีเมีย ที่ทำให้เราได้สัมผัสถึง “ความอบอุ่น” จาก “ครอบครัว” ว่ามันยิ่งใหญ่เพียงใด
   
ขอบคุณลูคีเมีย ที่ทำให้เราพบว่า “น้ำใจ” จากคนบนโลกนี้มันสวยงามขนาดไหน
   
ขอบคุณลูคีเมีย ที่มอบ “สิ่งดี ๆ” ให้กับชีวิตเรา
   
ข้อความทิ้งท้ายในพ็อกเกตบุ๊ก คงแสดงให้เห็นว่าเธอมองโลกในมุม บวก ไม่มัวแต่โทษโชคชะตา และพร้อมจะลุกขึ้นสู้กับอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาใน ชีวิต เหมือนที่เธอขึ้นเฮดบล็อกของเธอว่า “สู้เว้ย !!!”.

นภาพร พานิชชาติ
napapornp@dailynews.co.th

http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=281&contentID=55217

 

=ครบรอบ 1 ปี Leukemia's day=

posted on 14 Mar 2010 11:26 by nuchnin-leukemia  in LEUKEMIA  directory Diary

ครบรอบ 1 ปี Leukemia's day

เย้!!!~เย้!!~
นี้เรารอดมาได้ 1 ปีแล้ว
คิดๆไปมันก็เร็วดีนะคะ

ตั้งแต่วันแรกที่เป็นจนถึงวันนี้
ทำให้เราได้มองเห็นอะไรดีๆหลายๆอย่างในชีวิต

ทำให้เราเข้าใจทั้ง การเป็น"ผู้รับ"และการเป็น"ผู้ให้"

เพราะเราได้รับทั้งน้ำใจและกำลังใจ
ความช่วยเหลือ เอื้ออาทร ความห่วงใย
จากทุกๆคนมามากมาย

ทำให้เราอยากจะเป็นผู้ให้บ้าง
เพราะเรารู้แล้วว่า การที่เราได้รับมาจากคนอื่นนั้น
มันรู้สึกดีขนาดไหน

และสิ่งสำคัญที่สุดที่เราได้มานั้น
คือคำว่า
"ครอบครัว"
การที่เราผ่านเรื่องทุกข์ยากลำบากมาด้วยกันนั้น
ทำให้พวกเราได้มาอยู่พร้อมกันมากขึ้น
ได้เข้าใจถึงกันและกัน ได้ช่วยเหลือกันและกัน
ได้ให้กำลังใจกันและกัน

และ


ทำให้พวกเรารักกันมากขึ้นๆๆๆๆ

เราคงต้องขอบคุณลูคีเมียจริงๆ
ที่ทำให้ชีวิตเรารู้สึกมีความสุขได้ขนาดนี้

"ขอบใจมากนะจ้ะลูคีเมีย"~